Showback vs Chargeback กับความรับผิดชอบต่อค่า Cloud
HotelGO มี 3 ทีม Product ใช้ AWS ร่วมกัน แต่ไม่มีใครรู้ว่าทีมตัวเองใช้เท่าไหร่ FinOps Practitioner เริ่มจาก Showback (ส่ง report) แต่ไม่ได้ผล พอเปลี่ยนเป็น Chargeback (ตัดงบจริง) พฤติกรรมเปลี่ยนทันที ค่า Cloud ลด 10% ใน 3 เดือน
14 ก.พ. 2569 | 11 นาที
- Tag ครบแล้ว COGS แยกแล้ว ถึงเวลาปัน Cost
- แยก Cost ตาม Tag ที่ติดไว้
- Step 2: Showback (ส่ง Report ให้ดู)
- Showback คืออะไร?
- Step 3: Chargeback (ตัดงบจริง)
- Chargeback คืออะไร?
- ผลลัพธ์หลัง 3 เดือน
- Shared Costs: ปันส่วนยังไงให้ยุติธรรม
- 3 วิธีปันส่วน Shared Costs
- Showback vs Chargeback: เปรียบเทียบ
- สรุป: Accountability Drives Behavior
- Showback = ส่ง report ให้ดู → ทีมเห็นตัวเลขแต่ไม่ action เพราะไม่มีผลอะไร
- Chargeback = ตัดงบจริง → พฤติกรรมเปลี่ยนทันที เพราะใช้เกินต้องทำ Optimization Plan
- หลัง Chargeback 3 เดือน ค่า Cloud ลด 11% (2.3 แสนบาท/เดือน) โดยไม่กระทบ Performance
Tag ครบแล้ว COGS แยกแล้ว ถึงเวลาปัน Cost
หลังจากติด Tag ครบและแยก COGS ออกจาก OpEx ได้แล้ว ตอนนี้ FinOps Practitioner พร้อมปัน cost ให้แต่ละทีมรับผิดชอบ
HotelGO โตขึ้น ตอนนี้มี 3 ทีม Product คือ Search, Booking, Payment แต่ละทีมมี Lambda, มี RDS schema ของตัวเอง ใช้ AWS ร่วมกัน
ปัญหาคือ AWS Bill มาเป็นก้อนเดียว AWS Bill รวม 2.1 ล้านบาท/เดือน ไม่มีใครรู้ว่าทีมตัวเองใช้เท่าไหร่
ทำไมตัวเลขเป็น 2.1 ล้านบาท ไม่ใช่ 2.5 ล้านบาท?
2.1 ล้านบาท = Direct Cloud Cost (ค่าที่แยกตามทีมได้)
- Search: 8.5 แสนบาท
- Booking: 6 แสนบาท
- Payment: 4.5 แสนบาท
- Shared (tools ที่ใช้ร่วมกัน): 2 แสนบาท
2.5 ล้านบาท = Fully Loaded Cost (รวม Shared Infrastructure 2.5 แสนบาท + Platform Overhead 1.5 แสนบาท)
ในตอนนี้เราพูดถึง Direct Cloud Cost ที่แยกตามทีมได้
ทุกครั้งที่ประชุมเรื่อง Cloud Cost ทุกทีมพูดเหมือนกันว่า
ทีมอื่นน่าจะใช้เยอะกว่าทีมเรานะ
ไม่มีใครรับผิดชอบ ไม่มีใคร optimize เพราะคิดว่าไม่ใช่ปัญหาของตัวเอง
Tragedy of the Commons คืออะไร?
Tragedy of the Commons (โศกนาฏกรรมของทรัพยากรส่วนรวม) คือปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อทุกคนใช้ทรัพยากรร่วมกันโดยไม่มีใครรับผิดชอบ
ตัวอย่างในชีวิตจริง:
- ทุ่งหญ้าสาธารณะ ทุกคนปล่อยวัวกินหญ้า ไม่มีใครดูแล สุดท้ายหญ้าหมด
- ห้องน้ำสาธารณะ ไม่มีใครทำความสะอาด เพราะคิดว่า “คนอื่นก็ใช้เหมือนกัน”
ตัวอย่างใน Cloud:
- ทุกทีมใช้ AWS ร่วมกัน ไม่มีใครรับผิดชอบ
- ทุกทีมคิดว่า “ทีมอื่นใช้เยอะกว่า”
- ไม่มีใคร optimize เพราะคิดว่าไม่ใช่ปัญหาของตัวเอง
ปัญหาที่เกิดขึ้น
เมื่อทุกคนใช้ทรัพยากรร่วมกันโดยไม่มีใครรับผิดชอบ ทุกคนก็ใช้เกินความจำเป็น เพราะคิดว่า “คนอื่นก็ใช้เหมือนกัน”
แยก Cost ตาม Tag ที่ติดไว้
- สร้าง report อัตโนมัติ
| Tag | ค่า | ตัวอย่าง |
|---|---|---|
| Team | ทีมที่เป็นเจ้าของ | Search, Booking, Payment |
| Environment | สภาพแวดล้อม | Production, Staging, Dev |
| Service | ชื่อ service | hotel-search-api, booking-processor |
วิธีเปิด Cost Allocation Tags
- เข้า AWS Billing Console
- ไปที่ Cost Allocation Tags
- เลือก Tags ที่ต้องการใช้แยก cost
- กด Activate
- รอ 24 ชั่วโมง → เริ่มเห็นค่าใช้จ่ายแยกตาม Tag ได้
ข้อควรระวัง:
- Tag ที่ติดก่อน Activate จะไม่ย้อนหลัง
- ต้อง Activate ก่อนถึงจะเห็นใน Cost Explorer
ปัญหา Untaggable Costs
บาง cost ติด Tag ไม่ได้ เช่น:
- AWS Support (ค่าบริการรายเดือน)
- Tax (ภาษี)
- Data Transfer บางส่วน (ข้าม region)
ต้องปันส่วนทีหลังด้วยวิธีอื่น
Step 2: Showback (ส่ง Report ให้ดู)
พอมี Tag แล้ว FinOps Practitioner ก็เริ่มส่ง Monthly Cost Report ให้แต่ละทีม
Showback คืออะไร?
Showback คือการส่ง report ค่าใช้จ่ายให้แต่ละทีมดู โดย ไม่มีผลต่องบประมาณ
ลักษณะ:
- ทีมเห็นว่าใช้เท่าไหร่
- แต่ไม่มี consequences ถ้าใช้เยอะ
- ไม่มีงบถูกตัด
เปรียบเทียบ:
- เหมือนดูบิลค่าไฟ แต่ไม่ต้องจ่ายเอง (บริษัทจ่ายให้)
- รู้ว่าใช้เยอะ แต่ไม่เจ็บตัว
ส่ง Report ครั้งแรก
ทีม Search เห็นว่าใช้ 8.5 แสนบาท มากกว่าทีมอื่น
ส่ง Report ครั้งที่ 2
ตัวเลขเท่าเดิม ไม่มีใคร action อะไร
ส่ง Report ครั้งที่ 3
ยังเท่าเดิม Showback ไม่ได้ผล
ทีมเห็นตัวเลข แต่ไม่มีใครทำอะไร เพราะ ไม่มีผลอะไร เห็นว่าใช้เยอะก็ไม่เป็นไร ไม่มีใครมาว่า ไม่มีงบถูกตัด
FinOps Practitioner สรุปว่า
Showback = รู้แต่ไม่เจ็บ ถ้าไม่เจ็บก็ไม่เปลี่ยน
Step 3: Chargeback (ตัดงบจริง)
FinOps Practitioner เสนอ CFO ว่าต้องเปลี่ยนเป็น Chargeback คือตั้ง Quarterly Budget ให้แต่ละทีม ถ้าใช้เกินต้องทำ Optimization Plan
Chargeback คืออะไร?
Chargeback คือการ ตัดงบจริง จากแต่ละทีมตามค่าใช้จ่าย Cloud ที่ใช้
ลักษณะ:
- แต่ละทีมมี Budget ของตัวเอง
- ใช้เกิน Budget → ต้องทำ Optimization Plan
- ใช้ไม่หมด → Budget ส่วนที่เหลือกลับไปที่ส่วนกลาง
เปรียบเทียบ:
- เหมือนจ่ายค่าไฟเอง ใช้เยอะก็จ่ายเยอะ
- เจ็บตัวจริง → เปลี่ยนพฤติกรรมจริง
กฎของ Chargeback
- ใช้เกิน Budget → ต้องส่ง Optimization Plan ภายใน 2 สัปดาห์
- ใช้ไม่หมด → Budget ส่วนที่เหลือกลับไปที่ส่วนกลาง
- ทุกทีมเห็น Dashboard เดียวกัน → โปร่งใส
ผลลัพธ์หลัง 3 เดือน
Direct Cloud Cost ก่อน vs หลัง Chargeback (บาท/เดือน)
| ทีม | ก่อน | หลัง | ลดลง |
|---|---|---|---|
| Search | 8.5 แสนบาท | 7.2 แสนบาท | ลดลง 15% |
| Booking | 6 แสนบาท | 5.5 แสนบาท | ลดลง 8% |
| Payment | 4.5 แสนบาท | 4.2 แสนบาท | ลดลง 7% |
| Shared | 2 แสนบาท | 1.8 แสนบาท | ลดลง 10% |
| Direct Cloud Cost | 2.1 ล้านบาท | 1.87 ล้านบาท | ลดลง 11% |
ทำไมทีม Search ลดได้เยอะที่สุด?
ทีม Search เคยไม่สนใจค่า Cloud เพราะไม่มีผลอะไร พอรู้ว่าใช้เกิน Budget จะต้องทำ Optimization Plan ก็เริ่ม:
- Rightsize Lambda ลด memory จาก 1024MB เหลือ 512MB สำหรับ function ที่ไม่ต้องการ CPU เยอะ
- ลบ Idle Resources ปิด Dev/Staging environment ที่ไม่ได้ใช้
- Optimize ElastiCache ลด node size ที่ over-provisioned
ทั้งหมดนี้ทำได้โดย ไม่กระทบ Performance เพราะเป็นการลด waste ไม่ใช่ลด capacity ที่จำเป็น
Shared Costs: ปันส่วนยังไงให้ยุติธรรม
ค่า Shared 2 แสนบาท ที่ติด Tag ไม่ได้ (Monitoring, Security, Support) ต้องปันส่วนให้แต่ละทีม
3 วิธีปันส่วน Shared Costs
1. Direct Allocation (ระบุตรง)
- ใช้เมื่อ: Tag ได้ชัดเจน
- ตัวอย่าง: CloudWatch Logs ของ Search → Search รับไป 100%
2. Proportional Allocation (ปันตามสัดส่วน)
- ใช้เมื่อ: ทุกทีมใช้ร่วมกัน แต่ใช้ไม่เท่ากัน
- ตัวอย่าง: AWS Support ปันตาม % ของ AWS Bill แต่ละทีม
- Search ใช้ 38% ของ Bill → รับ Support cost 38%
3. Even Split (หารเท่ากัน)
- ใช้เมื่อ: ทุกทีมใช้เท่าๆ กัน หรือไม่มีเกณฑ์ชัด
- ตัวอย่าง: Security tools ที่ทุกทีมใช้เหมือนกัน → หาร 3
| วิธี | ใช้กับ | ตัวอย่าง |
|---|---|---|
| Direct | Tag ได้ → ระบุตรง | CloudWatch Logs ของ Search → Search |
| Proportional | ปันตามสัดส่วน usage | Support cost ปันตาม % ของ AWS Bill แต่ละทีม |
| Even Split | หารเท่ากัน | Security tools ที่ทุกทีมใช้เหมือนกัน |
สิ่งสำคัญคือความโปร่งใส
ทุกทีมต้องเห็นว่าปันส่วนยังไง ถ้าไม่ยุติธรรมก็ต้องปรับ
วิธีสร้างความโปร่งใส:
- สร้าง Dashboard แสดงวิธีปันส่วน
- ประชุม review ทุกไตรมาส
- เปิดให้ทีมเสนอวิธีปันส่วนที่ดีกว่า
Showback vs Chargeback: เปรียบเทียบ
Showback
ส่ง report ให้ดู
ข้อดี
- ง่าย ไม่ซับซ้อน
- ทีมไม่ต่อต้าน
- เหมาะกับองค์กรที่เริ่มต้น
ข้อเสีย
- ไม่มีผลต่องบ
- พฤติกรรมไม่เปลี่ยน
- ทีมอาจไม่สนใจ
Chargeback
ตัดงบจริง
ข้อดี
- พฤติกรรมเปลี่ยนทันที
- ทีมรับผิดชอบจริง
- ลด waste ได้ผล
ข้อเสีย
- ซับซ้อนกว่า
- ทีมอาจต่อต้านตอนแรก
- ต้องมี Tag ครบก่อน
สรุป:
- Showback = รู้แต่ไม่เจ็บ
- Chargeback = เจ็บจริง เปลี่ยนจริง
สรุป: Accountability Drives Behavior
FinOps Practitioner สรุปให้ทุกคนฟังว่า
ถ้าไม่มีใครรับผิดชอบ ก็ไม่มีใครสนใจ Showback ทำให้รู้ แต่ Chargeback ทำให้เปลี่ยน
บทเรียนจากตอนนี้:
| บทเรียน | รายละเอียด |
|---|---|
| Tag ก่อน | ไม่มี Tag ก็แยก cost ไม่ได้ |
| Showback = รู้แต่ไม่เจ็บ | เห็นตัวเลขแต่ไม่มีผลอะไร ก็ไม่ action |
| Chargeback = เจ็บจริง เปลี่ยนจริง | พอมี Budget และ consequences พฤติกรรมเปลี่ยนทันที |
| เริ่มจาก Showback ก่อน | ให้ทีมคุ้นเคยกับตัวเลข แล้วค่อยเปลี่ยนเป็น Chargeback |
Maturity Path
Tag Strategy → Showback (3-6 เดือน) → Chargeback
อย่ากระโดดไป Chargeback เลย ทีมจะต่อต้าน ต้องให้เวลาคุ้นเคยกับตัวเลขก่อน
Action Item สำหรับแต่ละ Role
- CFO/บัญชี: อนุมัติ Budget สำหรับแต่ละทีม และ review ทุกไตรมาส
- DevOps/Cloud: ติด Tag ให้ทุก resource และสร้าง Dashboard
- FinOps: ส่ง Monthly Report และ facilitate การปันส่วน Shared Costs
- Manager: ทำ Optimization Plan เมื่อใช้เกิน Budget
ตอนนี้แต่ละทีมรับผิดชอบค่า Cloud ของตัวเองแล้ว แต่ทุกครั้งที่ประชุม ทุกคนยังดูตัวเลขคนละตัว CFO ดูบิลรวม CTO ดู cost per service Product Owner ไม่ดูเลย คุยกันไม่รู้เรื่อง ตอนหน้า FinOps Practitioner จะเสนอ “ตัวเลขเดียว” ที่ทุกคนต้องดูตรงกัน: Unit Economics
รับบทความผ่านทางอีเมล
บทความที่เกี่ยวข้อง
State of FinOps 2026: FinOps ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป
สรุปภาพรวม State of FinOps 2026 จาก 1,192 องค์กรทั่วโลก ($83B+ cloud spend): FinOps เปลี่ยนจาก cloud cost management เป็น technology value management แล้ว ด้วย 3 Shifts ที่ทุกคนต้องรู้
ประหยัดค่า Cloud 2 หมื่น เสียรายได้ 1.2 แสน
เรื่องราวของ FreshCart ที่ลดค่า cloud ได้ 29% แต่กลับทำให้ revenue หายไปมากกว่า 6 เท่า — บทเรียนราคาแพงสำหรับคนที่กำลังศึกษา FinOps
State of FinOps 2026: AI คือตัวเปลี่ยนเกม
98% ขององค์กรบริหาร AI spend แล้ว (จาก 31% เมื่อ 2 ปีก่อน) แต่ยังมองไม่เห็น cost ที่แท้จริงและวัด ROI ไม่ได้ สรุปทุกมิติของ AI ใน State of FinOps 2026