Cloud Visibility คือจุดเริ่มต้นของทุกอย่าง
FinOps Practitioner เปิด Cost Explorer ให้ทุกคนเห็นว่าค่า AWS 2.1 ล้านบาทไปอยู่ที่ไหนบ้าง RDS กิน 29%, Lambda 24%, ElastiCache 14% แต่ยังตอบไม่ได้ว่า 'ทีมไหน' ใช้เท่าไหร่ เพราะไม่มี Tag
14 ก.พ. 2569 | 10 นาที
- งานแรกของ FinOps Practitioner
- ภาพรวม Cost คือสิ่งที่ทุกคนต้องเห็น
- Tag ช่วยได้แค่ไหน?
- Cost Explorer ดูอะไรได้บ้าง?
- CUR: ข้อมูลละเอียดระดับ Resource
- Cost Categories: จัดกลุ่มตาม Business Logic
- ปัญหา: เห็นตัวเลข แต่ไม่รู้ว่าใครใช้
- Quick Win: AWS Budgets Alert
- Quick Win แรก: เก็บเงินที่หล่นเรี่ยราด
- CloudWatch Logs ไม่มี Retention
- RDS Manual Snapshots ที่ลืมลบ
- สรุป
- Visibility คือขั้นแรกของ FinOps ต้องเห็นก่อนถึงจะ optimize ได้
- Cost Explorer แสดงภาพรวม, CUR ให้ข้อมูลละเอียดระดับ resource, Cost Categories จัดกลุ่มตาม business logic
- เห็นตัวเลขแล้ว แต่ยังตอบไม่ได้ว่า 'ใคร' ใช้ เพราะไม่มี Tag
งานแรกของ FinOps Practitioner
หลังจากวาง Roadmap ไปในตอนที่แล้ว FinOps Practitioner ก็เริ่มงานแรก นั่นก็คือการส่องไฟให้ทุกคนเห็นว่าค่า Cloud ไปอยู่ที่ไหนบ้าง
ก่อนหน้านี้ มีแค่ CFO คนเดียวที่เห็นบิล AWS และเห็นแค่ตัวเลขรวม 2.1 ล้านบาท/เดือน ไม่รู้ว่าแยกเป็นอะไรบ้าง
สำหรับผู้อ่านที่ใช้ Azure หรือ Google Cloud
บทความนี้ใช้ AWS เป็นตัวอย่าง แต่ทุก Cloud มีเครื่องมือที่ทำหน้าที่เหมือนกัน
| หน้าที่ | AWS | Azure | Google Cloud |
|---|---|---|---|
| ดู Cost | Cost Explorer | Cost Management | Cloud Billing Reports |
| ข้อมูลละเอียด | CUR | Usage Details Export | BigQuery Billing Export |
| จัดกลุ่ม Cost | Cost Categories | Cost Allocation Rules | Labels + Reports |
| ตั้ง Budget | AWS Budgets | Azure Budgets | Cloud Billing Budgets |
หลักการ FinOps ใช้ได้กับทุก Cloud เพียงแค่ชื่อเครื่องมือต่างกัน
ภาพรวม Cost คือสิ่งที่ทุกคนต้องเห็น
FinOps Practitioner เปิด AWS Cost Explorer ขึ้นมา แล้วเชิญ CFO, CTO และ DevOps Engineer มาดูด้วยกัน
ค่า AWS แยกตาม Service (ต่อเดือน)
CFO ถามว่า
RDS กินเยอะสุดเลย เกือบ 30% ลดได้อีกไหม?
CTO หน้าซีดทันที
ไม่ได้ครับ เราเพิ่งเจอบทเรียนราคาแพงไปตอนที่แล้ว
FinOps Practitioner พูดว่า
เราลดสเปคดื้อๆ ไม่ได้ครับ ต้องหาต้นเหตุก่อนว่า RDS หนักเพราะอะไร เช่น Query ที่ไม่ดี หรือ Index ที่ขาดหายไป ซึ่งต้องดูจาก Performance Insights ไม่ใช่แค่ Tag
CFO พยักหน้า
โอเค งั้นรอดู Tag ก่อน
FinOps Practitioner ถามต่อว่า
คำถามคือ RDS 6.3 แสนบาทนี้ ทีมไหนใช้เท่าไหร่?
CTO เงียบไป ตอบไม่ได้
FinOps Practitioner พูดว่า
นั่นแหละปัญหา เราเห็นตัวเลขแล้ว แต่ยังตอบไม่ได้ว่าใครใช้เท่าไร
Tag ช่วยได้แค่ไหน?
CFO ถามว่า
ถ้าติด Tag แล้ว เราจะรู้ได้เลยไหมว่าทีมไหนใช้อะไรไปเท่าไหร่?
FinOps Practitioner อธิบายว่า
ต้องแยกเป็น 2 กรณีครับ
กรณีที่ 1: Dedicated Resources (แยกกันใช้)
Lambda function แต่ละตัวแยกกันชัดเจน เช่น search-hotels, create-booking, process-payment พวกนี้ติด Tag ได้ตรงๆ เลย
- Lambda:
search-hotels→ Tag:team=search - Lambda:
create-booking→ Tag:team=booking - Lambda:
process-payment→ Tag:team=payment
แบบนี้ดู Cost Explorer แยกตาม Tag ได้เลยว่าทีมไหนใช้ Lambda เท่าไหร่
กรณีที่ 2: Shared Resources (ใช้ร่วมกัน)
RDS instance เดียวรับ query จากทุกทีม ติด Tag ได้แค่ระดับ instance ไม่ใช่ระดับ query
CFO ถามว่า
งั้นจะรู้ได้ยังไงว่าทีมไหนใช้ RDS หนักแค่ไหน?
FinOps Practitioner ตอบว่า
ต้องใช้ Allocation Key ครับ คือกำหนดสูตรแบ่ง cost ของ Shared Resource
| วิธีแบ่ง | ตัวอย่าง | เหมาะกับ |
|---|---|---|
| แบ่งตาม % Query | Search 60%, Booking 30%, Payment 10% | มี query metrics |
| แบ่งตาม % Revenue | ตาม Revenue ที่แต่ละทีมสร้าง | ทีมที่สร้าง Revenue |
| แบ่งเท่าๆ กัน | 33% ต่อทีม | ไม่มี metrics อื่น |
CFO ถามว่า
แปลว่าต้องตกลงกันก่อนว่าจะแบ่งยังไง?
FinOps Practitioner ตอบว่า
ใช่ครับ นี่คือเรื่องที่จะคุยกันในตอน Showback/Chargeback แต่ตอนนี้ขอ Tag ของที่แยกได้ก่อน แค่นั้นก็เห็นภาพชัดขึ้นเยอะแล้ว
Cost Explorer ดูอะไรได้บ้าง?
| มุมมอง | ตัวอย่างคำถามที่ตอบได้ |
|---|---|
| By Service | Lambda vs RDS vs S3 ใครกินเยอะสุด? |
| By Region | ap-southeast-1 vs us-east-1 ใช้เท่าไหร่? |
| By Usage Type | Data Transfer vs Compute vs Storage? |
| By Linked Account | ถ้ามีหลาย Account แยกได้ |
| Daily/Monthly Trend | เดือนนี้เทียบเดือนที่แล้วเป็นยังไง? |
Cost Explorer ตอบไม่ได้
“ทีม Search ใช้ Lambda เท่าไหร่?” เพราะไม่มี Tag หรือ “Feature จองโรงแรมใช้ RDS เท่าไหร่?” เพราะต้องดู query ต่างหาก
CUR: ข้อมูลละเอียดระดับ Resource
FinOps Practitioner ตั้ง Cost and Usage Report (CUR) ส่งไปเก็บใน S3 ทุกวัน
CUR คืออะไร?
CUR (Cost and Usage Report) คือ report ที่ AWS generate ให้ทุกวัน มีข้อมูลละเอียดระดับ resource เช่น Lambda function ไหนใช้เท่าไหร่, RDS instance ไหนใช้เท่าไหร่ เป็น CSV/Parquet file ที่ query ด้วย Athena ได้
CUR ให้ข้อมูลที่ Cost Explorer ไม่มี:
| ข้อมูล | Cost Explorer | CUR |
|---|---|---|
| Cost by Service | ✓ | ✓ |
| Cost by Resource ID | ✗ | ✓ |
| Hourly granularity | ✗ | ✓ |
| Savings Plans amortization | บางส่วน | ✓ ครบ |
| Tag values | ✓ (ถ้ามี Tag) | ✓ (ถ้ามี Tag) |
DevOps Engineer ถามว่า
แปลว่าผมดูได้เลยว่า Lambda function
search-hotelsใช้เท่าไหร่?
FinOps Practitioner ตอบว่า
ถูกต้อง แต่ CUR ไม่ได้มีไว้อ่านด้วยตาครับ มันเป็น CSV หรือ Parquet ที่มีเป็นล้านบรรทัด ต้อง query ด้วย Athena
DevOps Engineer ตกใจ
ล้านบรรทัด!?
FinOps Practitioner อธิบายว่า
ใช่ครับ ข้อมูลมันดิบมาก แต่ละเอียดที่สุด ถ้าไม่มี Tag การ query CUR ก็เหมือนงมเข็มในมหาสมุทร
Cost Categories: จัดกลุ่มตาม Business Logic
FinOps Practitioner สร้าง Cost Categories ใน AWS Billing Console เพื่อจัดกลุ่ม cost ตาม business logic
Cost Category: Environment├── Production → Tag:Environment = prod├── Staging → Tag:Environment = staging├── Development → Tag:Environment = dev└── Uncategorized → ที่เหลือทั้งหมดปัญหาคือ…
FinOps Practitioner พูดว่า
77% ของ resource ไม่มี Tag แปลว่า Cost Categories แทบไม่มีประโยชน์ เพราะส่วนใหญ่จะตกไปอยู่ใน Uncategorized
ปัญหา: เห็นตัวเลข แต่ไม่รู้ว่าใครใช้
หลังจากเปิด Visibility ได้ 2 สัปดาห์ FinOps Practitioner สรุปสถานการณ์
สิ่งที่ตอบได้แล้ว:
- ค่า AWS รวม 2.1 ล้านบาท/เดือน
- RDS กินเยอะสุด 30% (6.3 แสนบาท)
- Lambda อันดับ 2 ที่ 25% (5.25 แสนบาท)
- Trend เดือนต่อเดือน
สิ่งที่ยังตอบไม่ได้:
- ทีม Search ใช้เท่าไหร่?
- ทีม Booking ใช้เท่าไหร่?
- ทีม Payment ใช้เท่าไหร่?
- Production vs Staging vs Dev ใช้เท่าไหร่?
- Feature ไหนกิน cost เยอะสุด?
Visibility ≠ Allocation
Visibility คือการ “เห็น” ตัวเลข แต่ Allocation คือการ “แยก” ว่าใครใช้เท่าไหร่ ต้องมี Tag ก่อนถึงจะ allocate ได้
Quick Win: AWS Budgets Alert
ระหว่างรอทีม DevOps ไปจัดการเรื่อง tag ให้ครบถ้วน FinOps Practitioner ก็ได้ตั้ง AWS Budgets ไว้ด้วยเช่นกัน
Budget: Monthly AWS Cost├── Amount: 2,100,000 บาท (เท่ากับเดือนที่แล้ว)├── Alert 1: 80% → Email to CFO, CTO└── Alert 2: 100% → Email to CFO, CTO, DevOpsCFO พูดว่า
อย่างน้อยถ้าบิลจะพุ่ง เราจะรู้ก่อนสิ้นเดือน
FinOps Practitioner ตอบว่า
ใช่ครับ แต่นี่แค่ early warning ยังไม่ใช่ solution ที่ดีพอ
Quick Win แรก: เก็บเงินที่หล่นเรี่ยราด
ระหว่างดู Cost Explorer อยู่ FinOps Practitioner เหลือบไปเห็นค่า CloudWatch และ RDS ที่น่าสงสัย
CloudWatch Logs ไม่มี Retention
FinOps Practitioner ถามว่า
CloudWatch กิน 1.47 แสนบาท/เดือน ปกติไหม?
DevOps Engineer เปิดดู CloudWatch Logs แล้วหน้าซีด
Lambda function ทุกตัวไม่มี retention policy เลย Logs เก็บตลอดกาลมา 2 ปี รวมกันประมาณ 2TB
FinOps Practitioner ถามต่อว่า
แปลว่าเราจ่ายค่าเก็บ Logs เก่าๆ ที่ไม่มีใครดูอีกแล้ว?
DevOps Engineer ตอบว่า
ใช่ครับ ผมตั้ง retention 30 วันให้ทุก Log Group เลยนะ
หลังจากตั้ง retention policy และลบ Logs เก่า ประหยัดได้ 2,000 บาท/เดือน
RDS Manual Snapshots ที่ลืมลบ
FinOps Practitioner ถามต่อว่า
ผมเห็นค่า Snapshot ของ RDS สูงผิดปกติ เราเก็บ Backup ไว้นานแค่ไหนครับ?
DevOps Engineer ตอบว่า
Automated Backup เก็บ 7 วันครับ… อ๋อ แต่ผมชอบกด Manual Snapshot ไว้ก่อน Deploy แล้วอาจจะลืมลบ
FinOps Practitioner เปิดดู RDS Console
Manual Snapshot 50 ตัวจากปีที่แล้ว Database 200GB แต่ละ snapshot เฉลี่ย 50GB รวมเก็บอยู่ 2.5TB
หลังจากลบ Snapshots เก่าที่ไม่จำเป็น ประหยัดได้ 8,000 บาท/เดือน
CFO ยิ้มออก
ดี แค่สัปดาห์แรกก็ประหยัดได้หมื่นบาทแล้ว
FinOps Practitioner ตอบว่า
นี่แค่ขยะที่เห็นชัดครับ ถ้ามี Tag เราจะเจออีกเยอะ
สรุป
สัปดาห์แรกของ FinOps Practitioner:
| สิ่งที่ทำ | ผลลัพธ์ |
|---|---|
| เปิด Cost Explorer | ทุกคนเห็นภาพรวม |
| ตั้ง CUR | มีข้อมูลละเอียดระดับ resource |
| สร้าง Cost Categories | ยังใช้ไม่ได้เพราะไม่มี Tag |
| ตั้ง AWS Budgets | มี early warning |
| ตั้ง CloudWatch Logs retention | ประหยัดได้ 2,000 บาท/เดือน |
| ลบ RDS Manual Snapshots เก่า | ประหยัดได้ 8,000 บาท/เดือน |
บทเรียน: Visibility คือจุดเริ่มต้น แต่ไม่พอ ต้องมี Tag ถึงจะตอบคำถามว่า “ใครใช้เท่าไหร่” ได้
ตอนหน้า FinOps Practitioner จะออกแบบ Tagging Strategy และบังคับให้ทุก Resource ต้องมี Tag
รับบทความผ่านทางอีเมล
บทความที่เกี่ยวข้อง
State of FinOps 2026: องค์กร ทีม และอนาคต
ทีมที่มี executive engagement ระดับ VP+ มีอิทธิพลมากกว่า 2-4 เท่า, FinOps for AI ขึ้นเป็น priority อันดับ 1 ใน 12 เดือนข้างหน้า, และ Shift Left ยังเป็น unsolved challenge (สรุปตอนจบ State of FinOps 2026)
State of FinOps 2026: AI คือตัวเปลี่ยนเกม
98% ขององค์กรบริหาร AI spend แล้ว (จาก 31% เมื่อ 2 ปีก่อน) แต่ยังมองไม่เห็น cost ที่แท้จริงและวัด ROI ไม่ได้ สรุปทุกมิติของ AI ใน State of FinOps 2026
State of FinOps 2026: จาก Cloud สู่ Technology ทั้งหมด
90% บริหาร SaaS, 64% Licensing, 57% Private Cloud, 48% Data Center: FinOps ขยายขอบเขตเกิน Cloud ไปแล้ว และทุก technology เริ่มจาก visibility ก่อน optimize เสมอ